ศิษย์เก่านิติศาสตร์ SPU สอบครั้งเดียวติดเนติบัณฑิต

SPU News

โดย suchart

ศิษย์เก่านิติศาสตร์ SPU
สอบครั้งเดียวติดเนติบัณฑิต
พงศกร เคยสนิท
จบมัธยมศึกษาจากโรงเรียนอุดรพิทยานุกูล จ.อุดรธานี


" ถ้าเราต้องการเป็น 1 คนนั้น
ต้องไม่ใช่แค่คิด ต้องลงมือทำา
เมื่อคนที่ลงมือทำมีถึง 10 คน
เราต้องพยายามให้มากกว่า10 คนนั้น "


         เทคนิคในการสอบ ก่อนอื่นต้องมีการวางแผนและเตรียมตัวให้พร้อมไม่ว่าจะเป็นการดูแลตัวเอง รับประทานอาหารที่ดีมีประโยชน์ขยันอ่านตำราอย่างสม่ำเสมอ รู้จักจัดสรรเวลาให้คุ้มค่าทุกนาที และหมั่นติวกับเพื่อนๆเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล
         สำหรับอนาคต พี่ได้วางอนาคตในการประกอบวิชาชีพทางกฎหมายไว้โดยการเข้าสอบเป็นนิติกรที่สำนักความรับผิดทางแพ่งกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง และทนายความ พี่ได้เข้าศึกษาและฝึกอบรมที่สำนักฝึกอบรมวิชาว่าความของสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งพี่สอบผ่านภาคทฤษฎีและฝึกปฏิบัติเป็นทนายความ รุ่นที่ 44 ได้รับใบอนุญาตให้เป็นทนายความเรียบร้อย และขณะนี้พี่กำลังศึกษาต่อในระดับปริญญาโท นิติศาสตรมหาบัณฑิต ที่ ม.ศรีปทุม
ด้วย อนาคตหลังจากทำงานเป็นทนายความและนิติกร 2 ปี พออายุครบ 25 ปี พี่วางแผนจะสอบเป็นอัยการผู้ช่วย และผู้ช่วยผู้พิพากษาต่อไปครับ
         ฝากถึงน้องๆ ที่เรียนนิติศาสตร์ว่าในช่วงก่อนสอบต้องรอบรู้ในทุกเรื่อง ซึ่งเกิดจาการเรียนและอ่านหนังสือ มีการวางแผน และบริหารเวลาในการอ่านหนังสือให้ดีๆ โดยพี่มีคติประจำใจ คือ “100 คนคิด 10 คนทำ 1 คนสำเร็จ” คือ 100 คนที่คิดจะจบเนติบัญฑิต (100,000 คนที่จบนิติศาสตรบัณฑิต) มีแค่ 10 คนที่จะลงมือทำ (10,000 คนที่เรียนและสอบเนติบัญฑิตในแต่ละปี) และสุดท้ายมีแค่ 1 คนเท่านั้นที่จะสำเร็จ (1,000 คนที่สอบได้เป็นเนติบัญฑิต) ดังนั้นถ้าเราต้องการเป็น 1 คนนั้น เราต้องไม่ใช่แค่คิด ต้องลงมือทำด้วย เมื่อคนที่ลงมือทำมีถึง 10 คน
ทำยังไงเราจะเป็นที่ 1 ได้ คำตอบคือ เราต้องพยายามให้มากกว่า10 คนนั้นนั่นเอง และในการเรียนนิติศาสตร์สิ่งที่ยากที่สุดสำหรับพี่คือความกังวล ความท้อแท้ แต่ทุกครั้งที่พี่เหนื่อยจากการเรียนและอ่าน
หนังสือ คำสอนของอาจารย์แต่ละท่านก็จะผุดขึ้นมาในหัว คำสอนแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวคือคำสอนของ ผศ.เจียมจิต สุวรรณน้อย ที่สอนไว้ตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ปี 1 วิชากฎหมายอาญา 1 ในวันที่ฝนตกพรำๆ (จำแม่นเลย) ว่า “ถ้าคิดว่าการจบปริญญาตรียากแล้ว การจบเนติบัญฑิตยากกว่าปริญญาตรี 10 เท่า และการสอบติดผู้ช่วยผู้พิพากษาก็ยากกว่าการจบเนติบัณฑิต 100 เท่า”ทำให้ผมต้องกัดฟันสู้ต่อไป
         สุดท้ายผมขอขอบคุณ ม.ศรีปทุมที่ได้มอบทุนการศึกษาในระดับปริญญาตรี และมอบประสบการณ์ดีๆ ที่หาไม่ได้จากที่ไหน ขอบคุณคณบดีและคณาจารย์คณะนิติศาสตร์ ที่ถ่ายทอดความรู้ สร้างแรงบันดาลใจ และปลูกฝังจิตสำนึกกฎหมายให้ตลอดมา ผมไม่สามารถที่จะประสบความสำเร็จในอนาคต หรือแม้กระทั่งสำเร็จการศึกษาเป็นเนติบัญฑิตได้ถ้าไม่ได้รับความรู้และประสบการณ์จาก ม.ศรีปทุม